prodproducts/62_big.jpg
|
โดย พจนีย์ ตีรวนิช///นักเขียนและจิตรกร
โดย สล่าวารินทร์ โดย สีแพร เมฆาลัย//นักดนตรี กวี และจิตรกรอิสระ
|
||||||||||||||||
|
“ลีลาศิลป์” นิตยสารหญิงไทย ฉบับที่ 756 ปีที่ 32 ปักษ์แรก เมษายน 2550 เรื่อง: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ ภาพ: กนธี อยู่สวัสดิ์ พระพิฆเนศ เทพผู้ประสิทธิ์ประสาทพรทางด้านงานศิลปะ ผู้ที่ทำงานด้านนี้ย่อมรู้แจ้งแก่ใจว่าท่านมีความศักดิ์สิทธิ์และความสำคัญต่อชีวิตการทำงานของพวกเขามากเพียงใด แต่ถึงแม้ท่านจะเป็นที่เคารพ สักการบูชาในชาขาอาชีพนี้ เว้นไปจากงานประติมากรรมแล้วแทบจะไม่ค่อยเห็นมีนิทรรศการศิลปะของศิลปินใด จัดแสดงภาพของท่านให้ได้เห็นอย่างชัดเจน หลังจากที่ สล่าวารินทร์ ใจจันทึก ศิลปินสาวผู้รักการแกะไม้เป็นชีวิตจิตใจ ได้นำผลงานร่วมแสดงกับกลุ่มศิลปินสัญจรมาแล้วหลายต่อหลายงาน ก็ถึงเวลาแล้วที่เธอจะนำผลงานของเธอมาจัดแสดงเดี่ยวเป็นครั้งแรก ดังนั้นในช่วงวันที่ 24 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2550 ที่กำลังจะถึงนี้ เธอจะนำผลงานที่ใช้ชื่อการแสดงว่า “มหาคเณศิลป์” ซึ่งเป็นภาพของ พระพิฆเนศ ประมาณ 40 ภาพ(รวมผลงานของศิลปินรับเชิญกิตติมศักดิ์ด้วย) มาจัดแสดงที่หอศิลป์จามจุรี ด้วยความมุ่งหวังจะแสดงถึง บารมีและความงดงามในปางต่างๆของพระพิฆเนศให้ผู้สนใจได้ร่วมเข้าชม “คนที่ไปชมงานจะได้ศึกษาเรื่องราวของท่านผ่านงานศิลปะ เพราะถ้าเราอ่านหนังสือจะนึกภาพไม่ค่อยออก หรือบางครั้งอาจจะเคยเห็นภาพท่านแต่ส่วนใหญ่จะเป็นของศาสนาฮินดู ดิฉันคิดว่านิทรรศการครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้คนศิลปะในเมืองไทยได้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ของเราบ้าง หมายความว่าเราอาจเคยเห็นภาพพระพิฆเนศจากฝีมือชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่แต่ในประเทศไทยเรากลับมีให้เห็นค่อนข้างน้อย นอกจากนี้นิทรรศการจะนำเสนอเรื่องราวของการแกะไม้ผสาน งานจิตกรรมเผยแพร่ให้ผู้ที่มาชมได้เห็นว่าถ้าเรามุ่งมั่นที่จะทำสิ่งใดให้ดีเราก็จะได้ดี แต่เราต้องทำอย่างจริงจัง” สล่าวารินทร์ย้อนถึงการทำงานชิ้นแรกให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเธอได้มีประสบการณ์ตรงในเรื่องบารมีของพระพิฆเนศกับตัวเอง “มีครั้งหนึ่ง ดิฉันได้ลงสีพื้นบนแผ่นไม้ไว้แต่ยังไม่ได้ลงมือแกะ เพราะต้องมาสาธิตงานให้ผู้ที่มาชมงานของศิลปินสัญจรดูก่อน จังหวะที่ดิฉันหันหลังกลับไปมองแผ่นไม้นั้น ดิฉันก็เห็นภาพของท่านลอยออกมาเป็นกายทิพย์โปร่งแสง ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเกิดจากเพราะเราทำงานมากเกินไป ลุกนั่งมากเกินไป จนเหนื่อยและอาจจะทำให้เห็นอะไรด้วยอาการเบลอหรือเปล่า แต่ไม่ว่าสิ่งที่เห็นจะเกิดจากอะไร ดิฉันก็เกิดความตั้งใจที่จะทำงานชิ้นนั้นให้เสร็จ จากนั้นดิฉันก็หันมาแกะงานบนแผ่นไม้ของตัวเองให้เหมือนกับที่เราเห็นเมื่อซักครู่ ใช้เวลาเพียงครึ่งวันงานก็เสร็จเรียบร้อย ก่อนหน้านั้นมีคุณลุงท่านหนึ่งบอกดิฉันว่า ให้ทำงานชิ้นนี้ให้ดีนะเพราะเห็นอะไรบางอย่างในนั้น” สล่าวารินทร์เล่าว่า ในวันนั้นสิ่งหนึ่งที่ปรากฏกับเธออีกอย่างก็คือ งานของเธอขายได้ถึงสองชิ้นและการขายก็เป็นไปอย่างงายดาย “ดิฉันคิดว่าท่านให้พรดิฉัน จากนั้นดิฉันก็ตั้งสัตย์ปฏิญาณเลยว่า ต่อไปนี้ดิฉันจะขอเขียนรูปท่านสวยๆซัก 20 ภาพเพื่อให้คนได้เห็นบารมีของท่าน ตั้งแต่นั้นดิฉันก็เขียนรูปท่านได้อย่างราบรื่นและเป็นสุข” “ตั้งแต่วันที่เริ่มเขียนรูปท่าน เพื่อนๆจะคอยนำสิ่งของหรือรูปภาพเกี่ยวกับท่านมาให้อยู่เรื่อย ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย รูปภาพ งานที่เป็นเหมือนเครื่องรางของขลัง บางคนให้มาด้วยเหตุผลว่า รู้สึกว่าอยากให้และต้องให้ ตอนนี้มีจำนวนมากจนต้องตั้งโต๊ะบูชาที่ห้องทำงานแล้ว รวมไปถึงหนังสือเกี่ยวกับท่านก็เริ่มจะเต็มชั้นหนังสือเหมือนกัน” ด้วยความที่ชอบในงานแกะไม้ และความศรัทธาในองค์พระพิฆเนศ ทำศิลปินสาวคนนี้มีความสุขในการทำงานเป็นอย่างมาก แม้ว่าในบางครั้งเธออาจจะประสบปัญหาเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจบ้างแต่เมื่อเธอมีองค์พระพิฆเนศเป็นหลักใจก็ทำให้เกิดแรงฮึดสู้และทำงานจนถึงทุกวันนี้ “งานที่ชอบที่สุดคงเป็นงานชิ้นแรกที่เล่าให้ฟังไปในตอนนั้น ตอนนี้ภาพนั้นก็ยังไม่ได้ตั้งชื่อ การทำงานของดิฉันจะไม่บังคับหรือกำหนดก่อนว่าจะเขียนอะไร ในหมู่คนทำงานศิลปะจะทราบดีว่า ไม่ว่าจะทำงานอะไรเดี๋ยวงานจะบอกเราเอง อย่างรูปแบบต่างๆที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นภาพชุดนี้ ก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน ดิฉันจะลงสีพื้นก่อนแล้วจะมองเห็นองค์ประกอบบางอย่างของท่านเอง เช่น ภาพผู้มีวรกายสีแดง ตอนมองเข้าไปจะเห็นงวงท่านก่อนพอเห็นแล้วว่าตรงนี้ต้องเป็นงวงก็จะสเก็ตภาพต่อไปได้ว่าตาอยู่ตรงไหน หูอยู่ตรงไหนเป็นต้น ส่วนเรื่องลักษณะสีในงานชุดนี้มีการทำงาน 2 แบบด้วยกัน แบบแรกคือ ลงสีตามใจตัวเองโดยจับอารมณ์ในขณะนั้นแปลงออกมาเป็นอาการของสี แต่ถ้าเป็นงานชุดพระพิฆเนศประจำวันจะต้องใช้สีตามรูปแบบและข้อมูล ทำงานแบบนี้เพลินเพราะได้ศึกษาเรื่องของพระองค์ท่าน เฉพาะสิ่งที่ท่านถือก็เป็นปรัชญาแล้ว มีอยู่ปางหนึ่งที่ท่านเหยียบหนู หนูที่ท่านเหยียบไว้เปรียบเสมือนความเขลา ความไม่ดี ซึ่งจะต้องเหยียบย่ำไว้ บางปางทรงถือต้นข้าวแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ซึ่งต้องถือรักษาไว้ทุกอย่างที่ท่านถือท่านแสดงล้วนมีเหตุทั้งนั้น ดิฉันศึกษาเรื่องนี้โดยไม่งมงาย ไม่ได้คิดว่าท่านจะมาแสดงฤทธิ์ให้ปาฎิหาริย์กับเราทุกเรื่อง ดิฉันคิดว่าท่านเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจมากกว่า” สล่าวารินทร์บอกว่า จากการที่เธอพูดคุยกับหลายๆคนในแวดวงนี้ ทำให้ทราบว่า ถึงแม้คนทำงานศิลปะเกือบทุกคนต้องการจะมีผลงานเกี่ยวกับท่านจากฝีมือตัวเองแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะทำได้ ดิฉันเชื่อว่าคนๆนั้นจะต้องมีความเคารพและศรัทธาต่อท่านอย่างแท้จริงจึงจะสามารถทำได้ ในโอกาสนี้เธอจึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจไปชมนิทรรศการ “มหาคเณศิลป์” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้อีกครั้ง เธอบอกว่าอย่างน้อยที่สุดแล้วผู้ที่ได้สัมผัสก็จะตระหนักได้ว่า ผลของการพากเพียรอย่างตั้งมั่นที่กระทำในสิ่งที่ตนเองเคารพ รัก และศรัทธา ย่อมได้มาซึ่งผลงานอันเป็นคุณค่ามิทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน.
|
||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||