พลังสร้างภาพพิเศษ 
มักมีผู้คนในแวดวงศิลปะพูดกันบ่อยครั้งถึงการใช้พลังเพื่อสร้างงาน ในอดีตดิฉันไม่เข้าใจความหมายของรูปประโยคแบบนี้บางทีฟังแล้วก็นึกขำ
ว่าพวกศิลปินโอเวอร์ชอบแอคชั่นภาษา แต่ในเวลานี้ดิฉันเข้าใจและลึกซึ้งถึงเรื่องการใช้พลังในงานศิลปะด้วยวิถีของตัวเองเป็นอย่างดี
พลังสร้างศิลป์สำหรับดิฉันนั้นคือ พลังแห่งความศรัทธา พลังแห่งความคิดและจินตนาการ พลังแห่งพรสวรรค์สร้างสรรค์ถ่ายทอด
สำหรับผู้ที่เป็นศิลปินสมบูรณ์นั้นจะต้องมีพลังพิเศษอีกหนึ่งอย่างคือ ซุปเปอร์พลังซึ่งจะควบคุมพลังทั้งหลายอีกที
ซุปเปอร์พลังนี้จะทำหน้าที่รวบรวมพลังศรัทธา ความคิดจินตนาการ พรสวรรค์สร้างสรรค์
รวบรวมกลั่นกลองจนปรากฏร่วมกันเป็นตัวตนเป็นอัตตาลักษ์ศิลปิน
ด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวฝีมือการสร้างงานที่วิจิตรร่วมกับจินตนาการคิดที่พิเศษแตกต่าง ผสานกับความสามารถในการถ่ายทอดออกมาให้เป็นตัวเอง
จนกลายเป็นผลงานที่วิจิตรใครก็จดจำและรู้ได้แม้นว่ามิได้เซ็นชื่อลงไป
พลังเหล่านี้เป็นเครื่องแยกเพื่อบอกคนว่าเป็นศิลปิน คนสร้างงานศิลปะ คนวาดรูปขาย ช่างฝีมือ ฯลฯ
วงการศิลปะจึงมีคนสร้างงานศิลปะที่มิได้เป็นศิลปินมีคนวาดลายเซ็นคนอื่น ด้วยว่ามีพรสวรรค์ฝีมือล้ำเลิศแต่ไม่มีตัวตนไม่มีคนรู้จัก
เพราะพลังแห่งจินตนาการมีไม่เพียงพอ
ในช่วงระยะเวลาระหว่างการรวบรวมและสร้างงานเพื่อจัดแสดงงานนั้น
ดิฉันมักจะได้รับข้อมูล ตำรา สิ่งของ เครื่องราง รูปบูชาขององค์ท่านมากมายจนปัจจุบันต้องจัดสรรห้อง
เพื่อบูชาท่านอย่างจริงจัง บางข้อมูลกระตุ้นเร้าจินตนาการ ทำให้เกิดพลังงานบางอย่าง
เป็นพลังงานพิเศษที่ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น
ดังเช่นผลงานภาพ“พระมหาอัครนารี”เป็นภาพพระคเณศปางที่ท่านเป็นผู้หญิง
เป็นผลงานชิ้นที่สร้างความอัศจรรย์และภาคภูมิใจสำหรับดิฉันมาก ความรู้สึกตื่นเต้นเกิดขึ้น
นับแต่นาทีแรกที่พบข้อมูลว่าท่านมีปางที่เป็นหญิงชื่อว่า “พระคเณศานี”ในเอกสารบอกเพียงว่า
ท่านมีกายเป็นหญิง อกใหญ่ เอวเล็ก งามอย่างเทพ...
ข้อมูลที่ไม่มีภาพปะกอบนี้ทำให้ดิฉันเกิดไฟสร้างสรรค์ขึ้นมาในทันที ดิฉันเริ่มต้น
ด้วยการค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หนังสือต่างๆที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่า
ท่านมีรายละเอียดเป็นอย่างไร แต่ด้วยเหตุผลของความรู้สึกที่ต้องการสร้างภาพๆนี้
ผสานกับจินตนาการภาพที่ลอยอยู่เต็มหัว ดิฉันตัดสินใจหยิบกระดาษ A4
ขึ้นมาร่างภาพที่นึกและจินตานการเห็นอยู่ในมโนภาพ โดยคิดเพียงว่าจะสเก็ตเก็บเป็นฐานข้อมูลไว้ก่อน
ในการวาดภาพร่างนั้นมันช่างรวดเร็วและสนุกเหลือเกิน ในเวลาเพียงไม่กีนาทีดิฉันก็ร่างภาพจนเสร็จ
แต่ความตื่นเต้นและอยากเห็นภาพนั้นยังไม่หมด ดิฉันนำกระดาษร่างขนาด 1.00x1.20 ออกมา
และขยายภาพร่างไอเดียต้นเป็นแบบ 1 ต่อ1 เพียงเวลาไม่นานเช่นกันดิฉันวาดเส้นลงไปด้วยความรื่นไหล
และเป็นสุข เวลาเกือบเที่ยงคืนมิได้ทำให้ดิฉันเปลี่ยนความตั้งใจที่จะที่นำแผ่นไม้ที่ตัดไว้
แล้วมาจัดการกับภาพที่รออยู่ มีหลายสิ่งเกิดขึ้นทุกสิ่งคลี่คลายและปรากฎขึ้นอย่างรวดเร็ว ดิฉันมิรู้เลยว่ารอบๆข้างเกิดอะไรขึ้นบ้าง
จวบจนเวลาผ่านไปรวม 28ชั่วโมง ดิฉันรู้ตัวได้ด้วยคล้ายว่าจะยืนไม่ไหว มีเสียงร้องออกมาจากท้องและเหม็นตัวเอง
ดิฉันตั้งสติถอยออกมายืนมองภาพก่อนที่นอนแผ่ลงตรงหน้าภาพ แหงนขึ้นมามองภาพที่สร้างขึ้นใน 28ชั่วโมงที่ผ่านมา ..
ภาพทั้งหมดเป็นไม้แกะสลักในลักษณะนูนต่ำและwoodcut ผสมผสานกับสีสันอันกลมกล่อมของเทคนิคสีอะคริลิค
......ปรากฎภาพขององค์คเณศาณีที่แสนงดงามผมยาวสยายปลิว นุ่งผ้าถุง
และผ้าคลุมไหลแบบอินเดียเหนือผสมล้านนา ปลายงวงมีดวงแก้ววิเศษเป่งแสง วรกายท่านยืนพนมมือคล้องมาลัยแบบสักการะอยู่ในกลุ่มก้อนฟุ้งเมฆหมอก
เป็นบรรยากาศแห่งทิพยสถานะ อันประกอบด้วยบัวทิพย์ล่องลอย ในเทือกทิ้วของมิติแห่งเวลา.....
ดิิฉันนอนหมดสภาพคล้ายคนหมดแรงอยู่อย่างนั้น
ผ่อนคลายร่างกายมองภาพที่เกิดขึ้นรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้ทำเอง
คิดทบทวนว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? นี่ใครเป็นคนทำ?
นี่เราเป็นคนทำหรือ??..
พลังพิเศษในลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นกับดิฉันหลายต่อหลายครั้ง
ในเวลา 10 เดือนดิฉันสร้างภาพองค์พระคเณศได้มากมาย
โดยไม่คิดจะขายให้ใคร
ดิฉันจึงต้องทำอะไรอีกมากมายเพื่อให้อยู่ได้
และได้อยู่ได้วาดรูปพระคเณศเทพที่ดิฉันเคารพและศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง......