| ลีลาศิลป์: เส้นสาย
ลายชีวิต...ในงานแกะไม้ |
|
โดย กิ่งสุรางค์ |
งานแกะไม้คืองานจากช่างสู่ช่าง
จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่บุคคลทั่วไปจะหาเรียนได้ตามใจร่ำร้อง
แต่สำหรับผู้หญิงที่เรามาพูดคุยกับเธอในวันนี้
กลับสามารถเดินตามเส้นทางลิขิตของหัวใจตัวเองได้อย่างไม่ย่อท้อ
และในวันนี้เธอคือ
สล่า สาวอีกคนหนึ่ง
ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางงานแกะไม้
จนเป็นที่รู้จักของคนในวงการเดียวกัน
อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของผู้จัดทำโครงการศิลปินสัญจร
เพื่อนำศิลปะเข้าสู่วิถีชีวิตของคนทั่วไปด้วยวิธีง่าย
ๆ และทำให้ศิลปะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
วารินทร์ ใจจันทึก หรือ
สล่าแจง
คือผู้หญิงที่กำลังกล่าวถึง
ชีวิตของสาวผู้รักงานไม้
ถือกำเนิดมาในครอบครัวของช่างทำเฟอร์นิเจอร์ที่จังหวัดเชียงใหม่
โดยพ่อและตาของเธอทำงานด้านนี้มาก่อนที่เธอจะลืมตาดูโลกเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดว่าเธอรู้เรื่องงานไม้เหล่านี้มากมายเพียงใด
แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดที่ทำให้ชีวิตของวารินทร์เปลี่ยนไปเท่ากับวันที่เธอมาเจอ
สล่าเพชร วิริยะ ช่างแกะช้าง
ที่บ้านจ๊างนัก อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
เพราะผู้ชายคนนี้คือคนที่ทำให้ชีวิตของเธอ
ได้เดินตามทางที่ค้นหามานาน...
ครูเพชร
เป็นผู้สร้างตำนานช้างแกะในเมืองไทย ช้างแกะตัวเล็ก
ๆ ที่เราเห็นกันจนเต็มเมืองนั้นมีต้นกำเนิดมาจากท่าน
การที่ได้เจอครูเพชรเหมือนได้เจอจุดหมายปลายทาง
เป็นคำตอบให้กับดิฉันในตลอดระยะเวลา 8
ปีที่ทำงานทางด้านโปรดักดีไซน์ว่า
เส้นทางของดิฉันอยู่ตรงไหน
เพราะทุกครั้งที่เราทำงานตามสายอาชีพที่เรียนมาคือเฟอร์นิเจอร์
มีบางสิ่งที่บอกดิฉันมาตลอดว่า
สิ่งที่ดิฉันอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ดิฉันเป็น
ดิฉันทึ่งท่านมาก ทั้ง ๆ
ที่เป็นช่างพื้นบ้านแต่ดิฉันรู้สึกว่า
ท่านเป็นยิ่งกว่า ด็อกเต้อร์
เวลาที่ทำงานแกะสลักช้าง ท่านจะใส่ชีวิต
ไปกับทุกชิ้นงานที่ท่านแกะ
เมื่อรู้สึกอย่างนี้แล้วก็เลยขอท่านเรียนเลย
เพราะว่าเรียนเป็นช่างแกะต้องลึกซึ้ง
ต้องเรียนกันอย่างจริงจัง
งานชิ้นแรกที่ทำเสร็จ
คุณแจงบอกว่าเธอใช้เวลาถึง 1 ปีเต็ม
เพราะหลังจากที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำมา
เธอก็รับงานเป็นฟรีแลนซ์
ใช้เวลาศุกร์-จันทร์ในการเรียนแกะไม้
โดยเดินทางจากกรุงเทพฯถึงเชียงใหม่เป็นเวลา 3 เดือน
จากนั้นจึงนั่งรถทัวร์ไป-กลับแทน
ส่วนวันอื่นที่เหลือ
จะเป็นวันที่เธอรับงานมาทำเพื่อใช้เป็นรายได้ในการดำรงชีวิตของตัวเอง
ช่วงแรก ๆ
งานจะเป็นเรื่องราวของความรัก
เพราะตอนนั้นยังมีความรักที่สวยงามอยู่ (หัวเราะ)
เวลาที่มีความรู้สึกอะไรที่เด่นๆดิฉันจะจับมาเป็นงานได้หมด
นี่เป็นข้อดีของคนทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะสุข จะทุกข์
จะสามารถทำออกมาเป็นงานได้ ถ้าปวดร้าวมาก ๆ
งานศิลปะก็ยังช่วยบำบัดจิตใจของเราได้ด้วย
งานของเธอส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวของช้าง
เรื่องนี้สล่าแจงบอกว่า
เธอได้รับอิทธิพลมาจากคุณครูของเธอโดยตรง
แต่เมื่อได้เรียนรู้ผ่านไปในระยะหนึ่ง
สล่าแจงก็เริ่มค้นพบทางของตัวเองบ้าง
ซึ่งนั่นก็คือการเพ้นท์สีลงไปในเนื้อไม้
ด้วยเหตุผลที่ว่า
ต้องการให้งานแกะไม้และงานเพ้นท์สีอยู่ด้วย
การแกะสลักโดยเทคนิคผสมจึงเกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งตัวมากนัก
ดิฉันชอบทำเรื่องผู้หญิงล้านนา
ผู้หญิงที่แต่งกายในชุดพื้นเมือง
เพราะตัวเองชอบชุดพื้นเมือง
บางทีก็นำสไตล์เสื้อผ้าของตัวเองที่แปลกๆนี่แหละ
สเก๊ตลงไปในรูป และดิฉันจะชอบให้ผู้หญิงดูเข้มแข็ง
อย่างเช่น ฟันดาบ หรือจะเป็นผู้หญิงรำบ้างก็ได้
แต่ที่สนุกก็คือจะเจอเทคนิคใหม่ ๆ ขณะที่ทำงาน
บางภาพเป็นเหมือนกับเราเอาพู่กันจีนมาปาด
พอเดินเข้าไปดูจริง ๆ แล้ว มันกลายเป็นเส้นสิ่ว
สิ่วหนึ่งตัวให้เส้นออกมาได้หลากหลายแนวมากอย่างไม่น่าเชื่อ
ตรงนี้แหละที่สนุก หลัง ๆ ก็จะคลี่คลายมาสู่งาน
Abstract เพราะดิฉันจับความรู้สึกได้ชัดขึ้น
และพอจับความรู้สึกได้แล้วก็จะนำเสนอออกมาเป็นงาน
แต่อย่างไรก็ดี
ด้วยสภาวะของประเทศไทยเราในตอนนี้
การหาไม้มาแกะไม่ใช่เรื่องง่าย
และน่าจะเป็นปัญหาของสล่าไม้โดยตรง
เรื่องนี้สล่าแจงบอกว่า เธอได้หาทางออกไว้เรียบร้อย
เพราะเธอพบไม้อัดชนิดหนึ่งที่เมื่อนำมาเคลือบผิวด้วยเรซิ่นแล้ว
จะสามารถป้องกันความชื้นซึ่งก่อให้เกิดเชื้อราบนเนื้อไม้ได้
อีกทั้งไม้ชนิดนี้ในอนาคตการผลิตจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย
ๆ และเป็นอะไรที่หาง่าย แกะสนุก ไม่มีแนวเสี้ยน
ลงสีไม้สวย เพราะฉะนั้นปัญหานี้จึงหมดไป
เหลือแต่เพียงทำอย่างไรให้คนหันมาสนใจเรื่องราวงานไม้
และศิลปะมากขึ้นเท่านั้น
ถ้าจะดูงานไม้ให้ได้อรรถรสต้องจับนะ
ต้องเอามือสัมผัสงานแกะ เมื่อเราจับไป
ขนของไม้จะฟูขึ้นมา จะสากที่มือ
และบางชิ้นถูกแกะลงไปลึก คนที่สัมผัสจะรู้ได้ว่า
ขณะที่เราทำ เราตั้งใจขนาดไหน
บางชิ้นที่ลึกมากก็มีจนมีคนถามว่า
งานชิ้นนี้ปั้นหรือเปล่า
งานแกะไม้จึงเป็นงานที่เหนื่อย
แลกมาด้วยหลายสิ่ง ถ้าคิดจะทำต้องรักก่อน
พอรักแล้วจะเปิดใจรับหมด
เวลาที่มันมีปัญหาจะคลี่คลายด้วยดี
สังเกตดูว่าสิ่งไหนที่เราไม่รักและเราทำอยู่
แค่ปัญหานิดเดียว จะกลายเป็นปัญหาใหญ่
แต่สิ่งไหนที่เรารัก เราชื่นชอบ เราพร้อมที่จะลุย
ปัญหาใหญ่แค่ไหนก็จะเล็กนิดเดียว
ต้องถามใจตัวเองก่อนว่ารักหรือเปล่า
หรือว่าเห็นคนทำแล้วเท่จึงอยากทำ
จากนั้นก็ตามมาด้วยเรื่องของความอดทน
เพราะไม่มีทางที่มือของเราจะมีรูปสวยอย่างเช่นแต่ก่อน
ความหยาบ ข้อมือโปน คือสิ่งที่ตามมาติด ๆ
แต่กระนั้นก็ดี
สล่าแจงบอกว่านี่ไม่ใช่ปัญหาสำคัญของคนที่มีใจรักในเนื้อไม้เลย
ปัจจุบัน
งานแกะไม้ยังไม่มีหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ดังที่บอกไว้ว่านี่คือวิชาจากช่างสู่ช่าง
สล่า
คือภาษาพื้นเมืองของชาวล้านนาที่แปลว่าช่าง
ดังนั้นหากแม้นมีใครสนใจก็สามารถหาเรียนได้
เพียงแต่ว่า คุณมีใจรักงานไม้เพียงใดเท่านั้น
ถ้าสนใจ บรมครู คำอ้าย เดชดวงตา
ซึ่งเป็นครูของสล่าเพชร วิริยะ
ก็เปิดสอนอยู่ที่ องค์การป่าไม้เชียงใหม่
หรือค้นหาข้อมูลได้ที่
www.salahlanna.com
หรือถ้าสนใจงานแกะไม้ของสล่าแจงก็สามารถเข้าไปชมได้ที่
www.warindesign.com 
|