"ทิพเณศเทพปกรณัม"

หอศิลป์จามจุรีมีความยินดีขอเชิญท่านร่วมเป็นเกียรติ

ในพิธีเปิดนิทรรศการศิลปกรรม

ในวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 18:00 น.

ณห้องนิทรรรศการชั้น 1 หอศิลป์จามจุรี

Requests the Pleasure of Your at the Opening Ceremony of the Art Exhibition

Friday 11 February 2011 at 6:00 pm at 1 floor,Jamjuree Art Gallery Bangkok

ทิพเณศเทพปกรณัม

Tipanesh Tepakaranum

โดยสล่าวารินทร์  ใจจันทึก

นฤมิตรแห่งตำนานเล่าขานผ่านจินนาการ

Creative tell a story through the imagination of the legend

by SalahWarin Jaijuntuck

 คุณพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร

บรรณาธิการอำนวยการใหญ่ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

To be Presided over by Pongsak Payakvichien

นิทรรศการจัดแสดงระหว่าง11-24กุมภาพันธ์ 2554

ชั้น1 หอศิลป์จามจุรีแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

The Exhibition will be on view 11-24 February 2011

Tel.081 4435573, 0 22183633-6,0 22183709

e-mail:warindesign@hotmail.com

ดาวน์โหลดการ์ดเชิญ

     

นฤมิตแห่งตำนานเล่าขานผ่านจินตนาการ

  ศิลปะจากการจินตนาการผสานเรื่องราวจากความเชื่อ เรื่องเล่า เทพนิยายต่างๆของ

พระพิฆเณศและเทพที่เกี่ยวข้องในปกรณัม ทั้งที่ถูกบันทึกไว้ในตำรา เรื่องที่เล่าขานบอกต่อกันมา เรื่องที่เป็นความเชื่อของกลุ่มในชุมชนต่างๆ ในรูปแบบที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของสล่าวารินทร์ ใจจันทึก ในงานจิตรกรรมที่นำเสนอเทคนิคผสมชนิดต่างๆร่วมกับเทคนิคการวาดในแบบที่ศิลปินถนัดและชื่นชอบ

“TIPANESH TEPAKARANUM”

Creative tell a story through the imagination of the legend.

 Art of imagination is the combination of beliefs and narrative stories and mythology of Ganesh and angels involved in the legend.
Both are record or a narrative on the beliefs of each community, but in a format that's unique of SalahWarin Jaijuntuck In painting by the proposed combination technique in various forms with technical drawings in the form of artist Preferences and favorites.

ณ ชั้น 1 หอศิลป์จามจุรี  

จัดแสดงระหว่าง 11 กุมภาพันธ์- 24  กุมภาพันธ์  2554

พิธีเปิดนิทรรศการ วันศุกร์ที่11กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 18:00น.

วามเป็นมา 

“ทิพเณศเทพปกรณัม”

นับตั้งแต่สมัยโบราณกาลศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในประเทศไทย มีความผูกพันเกี่ยวข้องกันจนแทบจะแยกไม่ออก โดยจะเห็นจากพิธีกรรมต่างๆล้วนจะมีพิธีพราหมณ์ร่วมอยู่ด้วยเสมอ ความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อองค์เทพและเทวีนั้นผูกพันเกี่ยวข้องกันมาช้านาน เราจึงพบเห็นการบูชาองค์มหาเทพ มหาเทวี ต่างๆกันอย่างแพร่หลาย ทั้งยังมีการนำภาพลักษณ์ของเหล่าองค์เทพมาเพื่อเป็นตราสัญลักษณ์ประจำหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆตั้งแต่อดีต

 “พระพิฆเณศ” มหาเทพที่ผู้คนทั่วโลกเคารพบูชา อันเนื่องว่าความเชื่อที่มีต่อองค์พระคเณศนั้นมีนานับประการ ทั้งเป็นเทพผู้อยู่เหนืออุปสรรค์ ผู้ปกป้องปราบปรามสิ่งชั่วร้าย

ผู้ประทานความสำเร็จและโชคลาภ  ผู้เปี่ยมด้วยปัญญาและยอดแห่งกตัญญูบุตร เทพแห่งศิลปวิทยาการ บรมครูช้าง ฯลฯ  คนไทยให้ความเคารพและศรัทธาต่อ องค์พระพิฆเณศ กันอย่างแพร่หลายนับตั้งแต่อดีตกาลมา และยิ่งทวีมากขึ้นแม้นในยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีนิยม

ตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระคเณศนั้นถูกบันทึกและเล่าขานกันมากมาย

ผู้ที่ได้อ่านหรือรับรู้เรื่องราวเหล่านั้นจะตื่นเต้นประทับใจและก่อเกิดความศรัทธา

ต่อมหาเทพอย่างมาก

ในฐานะของศิลปินการรับสัมผัสในเรื่องราวเหล่านั้น นอกจากความปิติประทับใจและความศรัทธาแล้ว มีพลังพิเศษบางอย่างหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาพร้อมการรับสัมผัสนั้น

สิ่งพิเศษนั้นคือ..พลังแห่งจินตนาการ...เป็นภาพแห่งความคิดในอัตลักษณ์เฉพาะของศิลปิน

ที่จะต้องผ่านขั้นตอนของการกลั่นกลองและถ่ายทอดออกมาเป็นความสำเร็จแห่งการสร้างสรรค์

 และรอคอยผู้ที่จะรับรู้พลังแห่งจินตนาการนั้น

       





"กำเนิดจักรวาล"
80x120 ซม
. สีอะคริลิคบนแผ่นไม้

ในคัมภีร์คเณศอุปนิษัทกล่าวถึงการสร้างจักรวาลว่า
เมื่อครั้นความร้อนจากพระอาทิตย์
12ดวง
ได้แผดเผาจักรวาลจนมอดไหม้ลงแล้ว
พระคเณศทรงปรากฎกายขึ้นและมีบัญชา
ให้มหาเทพทั้งสามองค์รับภาระกิจ
ในการสร้าง ดูแล และทำลายโลก
พร้อมกันนั้นพระคเณประกาศว่าพระองค์เป็นจักรวาล
แล้วกลืนมหาเทพทั้งสามองค์เข้าไปในพระอุทร
ทำให้เทพทั้งสามรู้ว่าภายในร่างของพระคเณศนั้น
มีโลกที่แตกต่างกันถึง
14 ดวง
ทั้งยังมีเดหล่าทวยเทพ อสูน คนธรรพ์อัปสร
และนักพรตอีกจำนววนมากมาย






“พระแม่ผู้ให้กำเนิด”
70x110 ซม.
สีอะคริลิค-เดินเส้นสิ่วบนแผ่นไม้

พระแม่อุมาเทวีมารดาแห่งพระคเณศ
มีทิพยรูปเป็นหญิงที่งดงาเปี่ยมไปด้วยความเมตตา
เป็นมารดาแห่งสรรพชีวิตทั้งปวงและพระองค์นั้น
ได้กล่าวขานดัง
แม่ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล




"มหาบุตรแห่งอรรธนารีศวร"
70x110 ซม.
สีอะคริลิคบนแผ่นไม้

อรรธนารีศวรคือการรวมกันอยู่ในร่างเดียวกัน
ของพระศิวะและพระแม่อุมาเทวี
ตามความเชื่อแบบทวิลักษณะหยิน-หยาง หญิงซ้ายชายขวา อันหมายถึงการนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ
์และการก่อเกิดชีวิตใหม่
คือพระคเณศมหาบุตรผู้ทรงสร้างจักรวาล





"มหาเทพประสานเศียร"
 70x110 ซม.
สีอะคริลิคบนแผ่นไม้

มหาเทพทั้งสามองค์คือพระนารายณ์พระศิวะ
และพระพรหม ทรงประทานพร
และสำแดงอิทฤทธิ์เพื่อต่อพระเศียร
ศต่อพระเศียร พระขันธกุมารบุตรแห่งพระแม่อุมาเทวี ด้วยเศียรช้างซึ่งนอนหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก

พร้อมกันนั้นทั้งสามองค์จึงเปลี่ยนพระนาม ใ
ห้เรียกว่า พระมหาวิฆเนศ แต่นั้นมาโลกทั้งหลาย
จึงห้ามมิให้นอนหันศีรษะไปทางตะวันตก