


สีกับงานออกแบบ ……………….
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบตลอดจนงานศิลปะล้ำค่า ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาบนโลกใบนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ
ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์ ก่อเกิดความงาม ช่วยโน้มน้าวจิตใจแก่ผู้พบเห็น รวมถึงยังเป็นสิ่งช่วยปกป้องคุณภาพผิวงานนั้นๆ ให้ทรงคุณค่าไว้คือ “ สี ”
“ สี ” นอกเหนือจากจะสร้างความงามที่เกิดจากการมองเห็นด้วยตาเปล่าแล้ว “ สี ” ยังมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคน ช่วยสร้างอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
ซึ่งแฝงไว้ในความเป็นสีนั้นๆเช่น ความ รู้สึกสะอาดบริสุทธิ สุภาพเรียบร้อย โล่งสบาย แน่นอน ต้องเป็น “ สีขาว ” ในคราวที่เราเศร้าหมอง หดหู่ มืดมน คงไม่พ้น
“ สีดำ ” แต่ในบางอารมณ์ สีดำนี้ทำให้เรารู้สึก สง่า จริงจังได้เช่นกัน แล้วถ้าเป็นเรื่องของความโดดเด่น เร่าร้อน รุนแรง คงต้องยกให้ “ สีแดง ” หากนึกถึง
วัยรุ่น ฉูดฉาด สมัยใหม่ ก็ต้องเป็น “ สีส้ม ”แล้วถ้ารู้สึกอยากพักผ่อน อยากได้ความสดชื่น ก็ต้อง “ สีเขียว ” ส่วน“ สีน้ำตาล ” นอกจากจะแสดงสงบเสงียบ
เก่าแก่ ในบางครั้งก็แสดงความร่วมสมัยได้หากถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสม
ในการออกแบบต่างๆนักออกแบบ มักใช้ประโยชน์ จาก“ สี ” เพื่อสร้างความรู้สึกให้เกิดกับงานที่เขาออกแบบ เช่น ห้องพักผ่อนที่ต้องการความ โล่งสบาย
มักจะใช้สีขาวและสีครีมมาเป็นส่วนตกแต่งผนัง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่นๆ หรือในการออกแบบ เวทีเพื่อการแสดง นักออกแบบจะพยายามคิดค้น
และเลือกสีที่ช่วยสร้างบรรยากาศและกระตุ้นอารมณ์ร่วมให้เกิดกับผู้ชม ซึ่งส่วนใหญ่นักออกแบบเวทีจะคำนึงถึงเรื่อง “ สีที่มาจากแสง ” เป็นสำคัญ
มาถึงตอนนี้จะขอกล่าวถึงเรื่อง สีที่ใช้ในการออกแบบ ซึ่งถูกแบ่งตามลักษณะสีได้เป็น 3 แบบ คือ 1. สีที่ใช้เพื่อแสง นักออกแบบเวทีและ
ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการถ่ายภาพ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ประโยชน์จากสีที่เกิดจากแสงนี้ ซึ่งจะมีแม่สี3สี คือ ส้ม ม่วง เขียว ตัวอย่างการเกิดแสงเช่น
ถ้านำแสงสีส้มมาผสมกับแสงสีเขียว จะได้แสง สีเหลือง หรือนำแสง สีเขียว มาผสมกับแสง สีม่วง ก็จะได้แสง สีน้ำเงิน เป็นต้น
2. สีที่ใช้เนื้อสีผสมกันเอง การใช้สีวิธีนี้นักออกแบบจะไม่คำนึงถึงเรื่องการมองเห็นด้วยแสงเลย แต่จะต้องรู้เรื่องของ วงจรสี เป็นหลัก
ตามสูตร1 + 2 = 12 ( สีขั้นที่ 1 + สีขั้นที่ 2 = สืขั้นที่ 3 รวมทั้งหมด 12 สี )
3. สีที่ใช้เนื้อสีสัมพันธ์กับแสง จากแนวคิดน่าทึ่งของ ไอแซค นิวตัน ที่ทำการแยกแสงด้วยแท่งแก้วสามเหลี่ยม จนเกิดสีทั้งสิ้น 7 สี
การใช้สีประเภทนี้มักใช้ในงานออกแบบ ที่ต้องอาศัยการพิมพ์ภาพ ด้วยระบบ”ออฟเซต” เช่น โบรชัว ใบปิดโฆษณา และการพิมพ์ในหนังสือ
หรือที่เรียกว่า CMYK “ การมองเห็นสีของเครื่องพิมพ์ “ (C=CYAN ,M= MAGENTA, Y = YELLOW, K= BLACK )
ส่วนการมองเห็นสีของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น เรียกว่า RGB ( R = RED , G = GREEN , B = BLUE )
นักออกแบบนิยม สร้างสรรค์งานสีตามหลักการใช้สีแบบต่างๆ เช่น
๏ การใช้สีแบบกลมกลืนกัน ทั้งแบบกลมกลืนแบบใกล้เคียง, กลมกลืนแบบตรงกันข้าม , และกลม กลืนแบบสีสามเส้า
๏ การใช้สีแบบสมดุล ใช้หลักการที่ว่าแบ่งส่วนให้เท่ากันหรือแบ่งส่วนให้เหมาะสม เช่น ซ้าย-ขวา , บน-ล่าง เป็นต้น
๏ การใช้สีแบบคู่ ในบางครั้งการใช้สีแต่เพียงน้อยแค่ 1 หรือ 2 สี จะเกิดความเรียบง่าย ติดตา ง่ายต่อการจดจำ ตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย
คือการอกแบบกราฟฟิค 2 มิติ เช่น LOGO , นามบัตร เป็นต้น
นักออกแบบจะมีเทคนิคการสร้างสรรค์งานให้เสร็จสมบูรณ์ด้วยวิธีต่างๆมากมายเช่น การทาหรือระบาย, การจุ่ม , การพ่น , การขีดเขียน , การปะติด ,
การยึดเกาะผิว เช่น การชุมทอง ชุมโครเมี่ยม , การผสมในเนื้อขณะที่เป็นวัตถุดิบ เช่น การผสมสีลงในเม็ดพลาสติก เพื่อนำไปหลอม , การเติม ACTIVE ลงใน
แบบหล่อเรซินเพื่อให้เกิดลวดลาย และเนื่องจากสีแต่ละชนิดจะเหมาะสมกับวัสดุแต่ละประเภท จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และใช้อย่างถูกต้อง
สีที่ใช้กับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มีทั้งสิ้น 4 ชนิด คือ สีปิ๊กเมนท์ , สีโลหะ , สีงานไม้ , และสีงานแก้ว
สีปิ๊กเมนท์ เป็นสีที่เกิดจากเคมี มีความคงทนต่อการถูกแสง , น้ำ , กรดด่างจึงสามารถนำไปใช้เก็บผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหลายประเภท
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก สีปิ๊กเมนท์ประกอบด้วย , สีละลาย (Soluble Pigments ) สีอินทรีย์ ( Organic Compounds)
สีอนินทรีย์ (lnorganic Compounds)และสีพิเศษ ( Special Effect Pigment )
สีโลหะ ประกอบด้วยสีชุบโลหะเช่น ใช้นิเกิลชุบเพื่อป้องกันการเกิดสนิม โครเมียมเพื่อให้ทนทานไม่สึกกร่อน , ดีบุกเคลือบแผ่นเหล็กสำหรับทำกระป๋อง
แคดเมียมชุบเหล็กและอลูมิเนียม เป็นการชุบให้เกิดผิวด้านเป็นต้น
สีงานไม้ จะเป็นสีที่นำมาใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการผลิต เช่น สีเคลือบเงา , สีรักษาเนื้อไม้ , และสีย้อม
สีงานแก้ว เป็นสีที่สามารถใช้ในการผลิตวัตถุดิบหรือการตกแต่งขั้นสุดท้ายก็ได้ หากใช้ในขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบนั้น ทำโดยการเติมสีต่างๆลงไป
ในขั้นตอนการหล่อมีสารต่างๆที่ทำให้เกิดสี เช่น สีเขียว เกิดจาก เหล็กแมงกานิสหรือโครมิกออกไซด์ สีทับทิม เกิดจาก ซิลีเนียมและแคดเมียมซัลไซด์
สีโอปอล เกิดจาก ฟลูออไซด์และอลูมินา
เรื่องราวและสาระเกี่ยวกับ “ สี ” นี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในการออกแบบและสร้างสรรค์ชิ้นงาน และหากได้นำไปทดลองใช้
เพื่อสร้างความรู้ความชำนาญในเชิงปฏิบัติแล้วย่อมเกิดผลผลผลิตและผลสำเร็จได้